กระเทียม ลดการอักเสบระดับเซลล์

กระเทียม ลดการอักเสบระดับเซลล์ เราใช้ส่วนของเหง้ากระเทียมในการประกอบอาหาร และสรรพคุณของกระเทียมนั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของกระเทียมด้วย แต่ภาพรวมกระเทียมนั้นมีฤทธิ์การป้องกันการเปลี่ยนรูปร่างของโครงสร้างภายในเซลล์ที่มาจากการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งภายในเซลล์ และกระเทียมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบในกระเพาะอาหารและลำไส้

 หัวใต้ดิน ลักษณะกลมแป้น มีเยื่อหุ้มสีขาวหนา แต่ละหัวประกอบด้วยหลายกลีบรวมกัน

มีประมาณ 6-10 กลีบ แต่ละกลีบรูปรี ยาวประมาณ 1-4 เซนติเมตร มีใบแบบ scale leaf หุ้ม เป็นลักษณะเยื่อบางสีขาวหรือสีขาวอมม่วง หุ้มอยู่ 2-3 ชั้น ซึ่งแยกออกจากส่วนของเนื้อได้ง่าย

เนื้อในหัวมีสีขาวหรือเหลืองอ่อนๆ กลิ่นแรง ฉุน รสเผ็ดร้อน มีน้ำเหนียวเป็นยางอยู่ในหัว กลีบกระเทียมที่ปอกเปลือกหุ้มออก และคั่วแล้วสีเหลืองอมน้ำตาล มีกลิ่นฉุน หอม รสเผ็ดร้อน

ใช้หัวกระเทียมเป็นยาขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ธาตุพิการ  อาหารไม่ย่อย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดไขมัน รักษาปอด แก้ปอดพิการ  แก้อุจจาระเป็นมูกเลือด  บำรุงธาตุ  กระจายโลหิต  ขับปัสสาวะ แก้บวมพุพอง  ขับพยาธิ  แก้ตาปลา  แก้ตาแดง น้ำตาไหล  ตาฟาง

รักษาโรคลักปิดลักเปิด  รักษามะเร็งคุด   รักษาริดสีดวง แก้ไอ  คุมกำเนิด แก้สะอึก  บำบัดโรคในอก แก้พรรดึก รักษาฟันเป็นรำมะนาด  แก้หูอื้อ แก้อัมพาต  ลมเข้าข้อ  แก้อาการชักกระตุกของเด็ก พอกหัวเหน่าแก้ขัดเบา รักษาวัณโรค 

แก้โรคประสาท แก้หืด แก้ปวดมวนในท้อง บำรุงสุขภาพทางกามคุณ  ขับโลหิตระดู  บำรุงเส้นประสาท   แก้ไข้   แก้ฟกช้ำ   แก้ปวดกระบอกตา แก้โรคในปาก แก้หวัดคัดจมูก   แก้ไข้เพื่อเสมหะ ทำให้ผมเงางาม  บำรุงเส้นผมให้ดกดำ ใช้ภายนอก รักษาแผลเรื้อรัง รักษากลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนัง 

ทาภายนอกบรรเทาอาการปวดบวมตามข้อเพราะเป็นยาพอกให้ร้อน ใช้พอกตรงที่ถูกแมลง ตะขาบ แมงป่องต่อยเป็นส่วนประกอบในตำรับยาเหลืองปิดสมุทร (แก้ท้องเสีย), ยาประสะไพล (ขับน้ำคาวปลา ในสตรีหลังคลอด), ยาธาตุบรรจบ (แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  ท้องเสีย ใช้กระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ำร้อน ใช้เป็นน้ำกระสายยา สำหรับยาผง)

         บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ระบุการใช้กระเทียมในตำรับ “ยาแก้ลมอัมพฤกษ์” มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ มือ เท้า ตึงหรือชา ตำรับ “ยาประสะไพล” มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ

ในตำรับ มีสรรพคุณรักษาระดูมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน  และขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร ตำรับ “ยาเลือดงาม” มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แก้มุตกิด ตำรับ”ยาเหลืองปิดสมุทร” มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมคั่ว ร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนและท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้

กระเทียม ลดการอักเสบระดับเซลล์

Garlic Reduce cellular inflammation We use parts of the garlic rhizome in cooking. And the properties of garlic have many forms. It also depends on the type of garlic. But overall, garlic has a protective effect on intracellular structure that comes from the movement of white blood cells within the cells. And garlic has anti-inflammatory effects on stomach and intestines.

Tuber Round keys With thick white membranes Each head consists of several petals, approximately 6-10 petals, each petal oval, approximately 1-4 centimeters long,

with scale leaf, covered with a thin white or purple white membranes covering 2-3 layers, which are separated from. Easy portion of meat The meat inside the head is white or light yellow with a strong smell, a spicy taste, and a rubbery consistency in the head. Peeled garlic cloves And roasted, brownish yellow, with a pungent aroma, spicy taste

Use garlic as a carminative. Solve the wind colic Cure indigestion Solve elements, indigestion, indigestion, sweat, reduce fat, cure lungs, cure lung disability, fix bloody feces, maintain blood distribution elements, diuretic, cure swelling,

impetigo, helminthiasis, cornectomy, red-eye, watery eyes, scurvy, scurvy. Treatment of ingrown cancer Hemorrhoids cure, cough, birth control, hiccup, chest disease, cure for teeth, tinnitus, tinnitus, cure paralysis, wind into the joints, cure spasms of children. Mask the bark, relieve mildness, treat tuberculosis.

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

ตำแยแมว

ตำแยแมว ช่วยล้างพิษฝนร่างกาย ช่วยในการกำจัดของเสียในร่างกาย รักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรนน้ำมันช่วยในการผ่อนคลาย ช่วยให้ระบบประสาทสงบลง ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ใช้การบรรเทาอาการปวด

ลักษณะของตำแยแมว

  • ต้นตำแยแมว จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงได้ประมาณ 2 ฟุต แตกกิ่งก้านจากโคนต้น เนื้อภายในอ่อนและไม่แข็งแรง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำและการแยกต้น ชอบขึ้นตามที่ดินเย็น ๆ พบขึ้นเป็นวัชพืชตามที่รกร้างทั่วไป และตามที่มีอิฐปูนเก่า
ต้นตำแยแมว
  • ใบตำแยแมว ใบเป็นใบเดี่ยวขนาดเล็ก (ใหญ่กว่าใบพุทราเล็กน้อย) ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปมนรี รูปไข่ หรือรูปกลมโต ปลายใบมนหรือแหลมเล็กน้อย โคนใบสอบ ส่วนขอบใบหยักเล็กน้อย แผ่นใบเป็นสีเขียว ด้านบนมีขนขึ้นปกคลุม[1],[2],[3]
ใบตำแยแมว
  • ดอกตำแยแมว ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ รอบ ๆ ลำต้น ส่วนยอดของช่อดอกเป็นดอกเพศเมีย ลักษณะของดอกจะคล้ายกับใบอ่อนที่มีขนาดเล็ก แต่เมื่อบานเต็มที่แล้วใบอ่อนนี้ก็ยังคงติดอยู่และไม่ร่วง มีใบประดับหยักเป็นซี่ฟัน มีขนปกคลุม แต่ละใบประดับจะหุ้มห่อดอก 2-6 ดอก[1],[2],[3]
ตำแยตัวผู้
ดอกตำแยแมว

สรรพคุณของตำแยแมว

  1. ต้นมีสรรพคุณทำให้อาเจียน (ต้น)[1]
  2. ใช้เป็นยาช่วยขับเสมหะ ขับเสมหะในโรคหลอดลมอักเสบ เสมหะในโรคหอบหืด ด้วยการใช้ใบสด ๆ นำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปต้มกับน้ำ 4 ถ้วยแก้ว ให้เหลือเพียง 2 ถ้วยแก้ว ใช้ดื่มครั้งละ 1 ถ้วย เช้าและเย็น (ต้น, ราก, ใบ, ทั้งต้น)[1],[2],[3]
  3. ช่วยแก้อาการไอ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[3]
  4. ใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืด ภูมิแพ้ ด้วยการถอนทั้งต้นและราก นำมาต้มกับน้ำดื่มสัก 1 แก้ว ใช้ดื่มเมื่อมีอาการ แก้วเดียวก็หาย หรือจะนำมาโขลกผสมกับน้ำซาวข้าว กรองใส่ผ้าขาวบางให้ได้น้ำข้น ๆ 1 แก้ว แล้วดื่ม ก็มีสรรพคุณดีเช่นกัน (ทั้งต้น
  5. ต้น ราก ใบ หรือทั้งต้นหากนำมารับประทานในปริมาณมากจะทำให้คลื่นเหียนอาเจียน และทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร (ต้น, ราก, ใบ, ทั้งต้น)

ตำแยแมว

Nettle helps detoxify the body. Helps in the elimination of waste in the body Cures headaches and migraines, the oil helps to relax. Helps the nervous system to calm down Balances the digestive system Use pain relief

Classified as a small herbaceous plant The trunk is erect, about 2 feet high, branching from the base of the tree. The meat inside is soft and unhealthy. Propagated by cutting and separating. It likes to grow in cool land, and it is found as weeds in general wasteland. And according to the rotten old cement bricks

Ton has properties to cause vomiting (tree) [1]
Used as a drug to help expectorate Expectorant in bronchitis Phlegm in asthma By using fresh leaves, chopped into small pieces and then boiled with 4 cups of water, leaving only 2 cups, one cup drink at a time, morning and evening (tree, root, leaf, whole plant).
Help relieve cough (Not specified the part used) [3]
Used as a remedy for allergic asthma with both root and root extraction. Bring to a boil with a glass of water for drinking when symptoms One glass was lost. Or will be pounded and mixed with rice water Filter and put some white cloth to get 1 cup of thick water and drink it.
The roots, leaves, or the whole plant, if eaten in large quantities, will cause nausea and vomiting. And irritates the digestive tract (plant, root, leaf, whole)

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

เทียนบ้าน สรรพคุณและประโยชน์

เทียนบ้าน สรรพคุณและประโยชน์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและแอฟริกา โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุราว 1 ปี มีความสูงของต้นประมาณ 20-70 เซนติเมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านใกล้กับโคนต้น ข้อกลวง ต้นใหญ่ เป็นรูปกลมทรงกระบอก ลำต้นมีลักษณะกลมเป็นสีเขียวอ่อนอมสีแดง อวบน้ำ มีเนื้อนิ่ม ผิวเรียบ เนื้อใส โคนต้นเป็นสีแดง พรรณไม้ชนิดนี้มีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำ ปลูกได้ง่าย โตเร็ว เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่มีธาตุอาหารสมบูรณ์ ชอบแสงแดดอ่อน ๆ จึงควรปลูกในที่ร่มรำไร

ใบเทียนบ้านใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเวียนรอบต้น ใบมีลักษณะเป็นรูปรีกว้าง ปลายใบแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบจักเป็นซี่ฟันตลอดทั้งขอบใบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้มกว่าลำต้น หลังใบและท้องใบเรียบ บ้างว่าผิวของเนื้อใบสากและหยาบ

ออกดอกเป็นช่อประมาณ 2-3 ดอก หรือออกเป็นดอกเดี่ยว โดยจะออกตามซอกใบ ดอกจะมีหลายสีแล้วแต่สายพันธุ์ เช่น สีชมพู สีแดง สีม่วง สีขาว หรืออาจเป็นสีผสมก็ได้ (แต่นิยมนำดอกขาวมาใช้ทำยา) ดอกมีกลีบดอกประมาณ 4-5 กลีบ กลีบดอกอาจซ้อนกันหรือไม่ซ้อนกันก็ได้ และแต่ละกลีบมีขนาดไม่เท่ากัน ปลายของกลีบดอกหยักเว้าเป็นลอน ส่วนกลีบรองดอกมีลักษณะเป็นรูปถ้วยปากบานออก มีงวงน้ำหวานยาว ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวน 5 ก้านเกิดติดกันอยู่รอบ ๆ รังไข่ โดยรังไข่แบ่งออกเป็น 5 ห้อง ปลายรังไข่มี 5 รอยแยก ส่วนกลีบเลี้ยงดอกมี 3 กลีบเป็นสีเขียว ออกดอกได้ตลอดทั้งปีและมีสีสดสวย

เทียนบ้าน สรรพคุณและประโยชน์

ดอกเทียนดอก

Home candles properties and benefits Native to India and Africa. It is classified as a small herbaceous plant, about 1 year old, with a height of about 20-70 cm, the trunk branching near the base of the hollow, large, round, cylindrical shape. The trunk is round, light green and red, succulent, soft, smooth skin, clear flesh, red base. This plant is propagated by seed and cuttings, easy to grow, fast growing, and grow well in rich nutrient soils. Likes the sunshine so it should be planted in the shade.

Home candle leaves are a single leaf. Alternately arranged around the beginning The leaves are broad oval-shaped, with pointed tips and wedge-shaped base. The edge of the leaf is toothed along the edge of the leaf. The leaves are about 2-4 cm wide and 6-10 cm long, the leaves are dark green than the trunk. Behind the leaves and smooth belly. Some say the texture of the pulp is rough and rough.

Flower in a bouquet of about 2-3 flowers or as a single flower. Which will leave in the axillary leaves There are many colors of flowers depending on species such as pink, red, purple, white, or a mix of colors. (But popular use of white flowers to make medicine) flowers have about 4-5 petals, petals may be stacked or not stacked together. And each petal is not the same size The ends of the petals are wavy and wavy. The secondary flower petals have a cup-shaped, open mouth. There is a long nectar. The flower has 5 stalks of male stamens that are attached to each other around the ovary, divided into five ovaries at the end of the ovary, and the calyx with 3 petals of green Flowering all year round and has beautiful bright colors.

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

ประโยชน์ของฝิ่น

ประโยชน์ของฝิ่น จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะของลำต้นคล้ายกับต้นมะละกอ แต่มีขนาดเล็กและเป็นแกนแข็งกว่า โดยลำต้นจะมีความสูงได้ประมาณ 2-3 เมตร และอาจสูงได้ถึง 6 เมตร ลำต้นค่อนข้างอวบน้ำ เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีเทา มีกระและจุดเล็ก ๆ มียางสีขาว รากมีลักษณะเป็นหัว ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด จัดเป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกประเภท ต้องการน้ำและความชื้นในระดับปานกลาง

ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ก้านใบยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร ลักษณะของใบเป็นรูปกลม ขอบใบลึกเป็นแฉกเว้าลึกลักษณะคล้ายฝ่ามือ ประมาณ 9-11 แฉก ในขอบใบที่เป็นแฉกจะหยักเป็นซี่ฟันช่วงกลางขอบใบ ปลายเป็นติ่งแหลมถึงยาวคล้ายหาง ปลายใบแหลม พบบ้างมีรยางค์แข็ง ใบมีขนาดประมาณ 10-30 เซนติเมตร แผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน หลังใบเรียบ ก้านใบยาวกลม หูใบแยกเป็นง่ามรูปขนแข็ง ยาว 2 เซนติเมตร

ออกดอกเป็นช่อแบนแน่นติดกันแบบช่อเชิงหลั่น โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ก้านช่อดอกยาวได้ถึง 23 เซนติเมตร ดอกย่อยมีขนาดเล็กติดกันแน่น ดอกมีสีแดงสด ดอกเป็นแบบแยกเพศ ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกเถาคันหรือดอกกะตังบาย กลีบเลี้ยงในดอกเพศผู้จะเป็นรูปไข่กลับกว้าง ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ส่วนกลีบดอกแยกจากกัน ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร สีแดงสด เกสรเพศผู้มี 8 อัน ก้านเกสรแยกกัน ส่วนกลีบดอกในดอกเพศเมียจะยาวได้ถึง 9 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมียเป็นรูปกระจุก เป็นพู 2 พู

ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มีพู 3 พู คล้ายผลสลอดหรือผลปัตตาเวีย แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่ละพูจะมีลักษณะเป็นสัน ผลมีขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร ผิวผลเรียบ ผลอ่อนเป็นสีเขียว พอแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีออกเหลืองหม่น มีลายสีน้ำตาล มีจุกขั้วขนาดเล็ก แต่ละพูมีเมล็ด 1 เมล็ด เมล็ดมีขนาดยาวประมาณ 1.7-2 เซนติเมตร

ประโยชน์ของฝิ่น

The benefits of opium Classified as a small semi-perennial shrub. The appearance of the trunk is similar to the papaya tree. But smaller and more rigid The trunk has a height of 2-3 meters and can be up to 6 meters tall. The trunk is quite succulent. The bark of the trunk is smooth, gray. There are freckles and small spots with white rubber roots that look like a head. Propagated by seed method. Classified as an outdoor plant that grows well in all types of soil. Requires moderate water and humidity.

The leaves are a single leaf, alternating, petioles 10-30 cm long, the leaves are round. The edge of the leaf is deeply lobed, deeply concave, palm-like, about 9-11 lobes, in the edge of the lobes that are serrated to the middle of the edge The tip is pointed to long, pointed like a long tail. The end of the pointed leaf is found some with hard limbs. The leaves are about 10-30 centimeters in size, smooth on the dorsal side, smooth, long petioles, rounded ears, branched apex, fur, 2 cm long.

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

ชะเอมไทย

ชะเอมไทย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ไม้เถายืนต้นขนาดกลาง สูง 5-8 เมตร มีหนามตามลำต้นและกิ่งก้าน เปลือกนอกสีน้ำตาลอมเทา ใบเล็กละเอียดเป็นฝอย

เป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ยาว 10-15 เซนติเมตร เรียงสลับ ใบย่อยเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปขอบขนาน มีขนที่ขอบใบ ผิวค่อนข้างเกลี้ยง เส้นใบ 3-5 คู่ แต่ไม่ชัดเจน ไม่มีก้านใบย่อย ก้านใบหลักยาว 1.5-2.7 ซม. มีขนหนาแน่น เหนือโคนก้านใบเล็กน้อยมีต่อม 

ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ลักษณะเป็นพู่ กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ก้านช่อดอกยาว 1.3-2.3 ซม. มีขนยาวกระจายทั่วไป ดอก 7-12 ดอก

ดอกรวมเป็นกระจุกที่ปลายก้าน กลีบเลี้ยง หลอดกลีบกว้างไม่เกิน 1 มม. ยาว 1 มม. ปลายแฉกยาว ¼ ของความยาวหลอดกลีบ สีเขียวอ่อน กลีบดอกมีขนาดเล็ก เชื่อมกันเป็นหลอด หลอดกลีบกว้าง 1.0-1.5 มม. ยาว 2.5-3.0 มม. ปลายแฉกกว้าง 1 มม.

ยาว 2.0-2.5 มม. สีขาวอมเหลือง เกสรตัวผู้ยาว สีขาว 10 อัน ก้านชูอับเรณูเชื่อมกันสูง 2.5-3.0 มม. ปลายแยกกันยาว 1.3-1.6 ซม. สีขาว เกสรเพศเมีย รังไข่ยาว 2.0-2.5 มม. มี 9-10 ออวุล ก้านรังไข่ยาว 1 มม. ก้านและยอดเกสรเพศเมียยาว 10.5-18.0 มม. สีขาว 

ผลเป็นฝัก แบน ปลายแหลม กว้าง 2.3-2.5 ซม. ยาว 7.2-15.2 ซม. โคนและปลายแหลม มีเมล็ดนูนเห็นได้ชัด

ประมาณ 3-10 เมล็ดต่อฝัก ก้านผลยาว 2.5 เซนติเมตร มีขนหนาแน่น

ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองถึงน้ำตาล เมล็ด กว้าง 4-6 มม. ยาว 5-8 มม. ตรงบริเวณที่มีเมล็ดจะมีรอยนูนเห็นชัด พบตามป่าดิบแล้ง ป่าดงดิบเขา และป่าโปร่งทั่วไป ออกดอกราวเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ติดผลราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม

 ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี  ใช้ ลำต้น เข้ากับเครือไส้ไก่ เครือหมาว้อ เครือตากวง ต้มน้ำดื่ม แก้โรคตับ เปลือกต้น ต้มน้ำดื่ม แก้ไอ ราก ช่วยแก้กระหาย ยาระบาย เนื้อไม้ บรรเทาอาการเจ็บคอ

             ตำายาไทย  ใช้ เนื้อไม้ มีรสหวาน แก้โรคในลำคอ แก้ลม แก้เลือดออกตามไรฟัน บำรุงธาตุและบำรุงกำลัง บำรุงกล้ามเนื้อให้เจริญ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว ต้น รสหวานเอียน ถ่ายลม แก้โรคในคอ ทำผิวหนังให้สดชื่น แก้โรคตา ราก มีรสหวาน ทำให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ และเป็นยาระบาย มีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ แก้เจ็บคอ แก้โลหิตอันเน่าในอุทร

และเจริญซึ่งหทัยวาตให้สดชื่น แก้กำเดาให้เป็นปกติ ใบ รสร้อนเฝื่อน ขับโลหิตระดู ดอก รสขมร้อน ช่วยย่อยอาหาร ทำเสมหะให้งวด แก้ดี และโลหิต ผล ขับเสมหะ

ชะเอมไทย

ชะเอมไทย

Thai licorice. Botanical characteristics. Medium-sized vine plant 5-8 meters high, with spines on the trunk and branches. The outer shell is grayish brown. Small, fine, frayed leaves It is a composite leaf, 2 layers, 10-15 cm long, alternately arranged, the sub leaves are arranged opposite The leaves are

parallel-edged with hairs at the edge of the leaves, relatively smooth surface, 3-5 pairs of veins, but not obvious. The main petioles 1.5-2.7 cm long, pubescent slightly above the base of the petioles.

The flower is a bouquet at the end of the branch Flower bouquet Petals are white, fragrant, peduncle, 1.3-2.3 cm long, broadly pubescent, 7-12

flowers, clustered flowers at the end of the calyx, tubular, no more than 1 mm wide, 1 m long. M. The pointed tip ¼ length of tube length, light green petals, small petals. Tube Petal tube 1.0-1.5 mm wide, 2.5-3.0 mm long, lobed tip 1 mm.

2.0-2.5 mm long, yellowish white Stamens, 10 long white

stems, anthers are connected, 2.5-3.0 mm high, 1.3-1.6 cm long, white stamens, ovaries 2.0-2.5 mm long, 9-10 ovals. Ovary, 1 mm long, stalk and top stamens, 10.5-18.0 mm long, white. Fruit is flat pod with pointed tip, 2.3-2.5 cm wide, 7.2-15.2 cm long, base and pointed tip. Obviously convex seeds

About 3-10 seeds per pod, fruit stalk, 2.5 cm long, densely hairy, soft green fruit. The fruit is yellow to brown, seeds 4-6 mm wide, 5-8 mm long, in the

area where the kernels will have a visible slit Can be found in dry evergreen forests, mountain forests and sparse forests. Flowering around April to May. Fruiting around February to August

Local herbal medicine Ubon Ratchathani Province Use the

trunk with the chicken intestine, the Maew Krau

, Tak Wong, boil drinking water, cure liver disease, bark,

boiled water, cough, root help relieve thirst, laxative wood, relieve sore throat.

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน เป็นพืชที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อของเหง้ามีสีเหลืองเข้มไปจนถึงสีแสด เอกลักษณ์ที่เด่นชัด คือ รสชาติที่จัดจ้าน สีสันมีความสวยงาม อีกทั้งยังได้มีการนำเอาสมุนไพรมาประยุกต์ผสมผสานลงไปในอาหารไทย ทำให้ได้รสชาติที่ดูแตกต่างแต่ลงตัว เมื่อพูดถึงเรื่อง สมุนไพร ที่คนไทยนิยมนำมาทำอาหาร เราคงจะพลาดที่จะเอ่ยถึง ขมิ้นชัน ไม่ได้ เพราะว่าเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ทำให้อาหารมีสีสัน

สะดุดตา ตลอดจนมีสรรพคุณทางยาที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มพูนเป็นลำดับถัดมาจากความอร่อย ตอนนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดกันให้มากขึ้น เพราะเหตุใดจึงเป็นที่นิยม และประโยชน์ที่ได้จากสมุนไพรชนิดนี้

วิตามินและแร่ธาตุในขมิ้นชัน
นอกจากเราจะเราสามารถนำขมิ้นชันไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหาร ใช้ย้อมสี หรือใช้เพิ่มกลิ่นให้กับอาหารแล้ว ในขมิ้นชันยังมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เกลือแร่ เส้นใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน

เริ่มเล่าเท้าความถึงขมิ้นชันนั้น เป็นไม่ล้มลุกอายุหลายปี ความสูงของลำต้นเพียง 30 – 90 เซนติเมตรเท่านั้น มีเหง้าใต้ดิน ส่วนตรงกลางมีขนาดใหญ่รูปไข่ มีแขนงแตกออกด้านข้าง 2 ด้าน ที่อยู่ตรงข้ามกันคล้ายนิ้วมือ เนื้อในเหง้ามีสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม คนไทยรู้จักกันในฐานะของพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ นิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร ปัจจุบันยังได้เพิ่มการแต่งสี แต่งกลิ่น เพิ่มรสชาติให้อาหารมีความน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น อาหารที่นิยมใส่ขมิ้นชัน ได้แก่ แกงเหลือง ข้าวหมกไก่ แกงกะหรี่ ขนมเบื้องญวน ไก่ทอด แกงไตปลา มัสตาร์ด เนย มาการีน เป็นต้น

จุดเริ่มต้นของการที่คนเราหันมารับประทานขมิ้นชันนั้น เชื่อกันว่ามีต้นตอมาจากชาวอินเดีย หรือที่เรียกว่า ชาวภารตะ ที่นิยมกินขมิ้นชันกันมานานกว่า 4,000 ปีแล้ว ส่วนคนไทยก็มีความนิยมกินขมิ้นชันเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคใต้นิยมใส่ขมิ้นชันลงไปในอาหารประเภทแกงเผ็ดเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้มีสีเหลืองและยังช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้อีกด้วย รวมทั้งการใส่ลงไปในอาหารก็จะช่วยไม่ให้อาหารบูดเสียง่าย

เพราะในขมิ้นชันมีคุณสมบัติที่ช่วยต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ นอกจากนั้น การใช้ขมิ้นชันในอาหารจะช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ ป้องกันการเหม็นหืนของน้ำมันและไขมันเมื่อต้องเก็บไว้เป็นเวลานานๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบในการช่วยถนอมอาหารและยังมีคุณค่าทางโภชนาการให้อาหารได้อีกด้วย

ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน

Is a plant with underground rhizomes The flesh of the rhizome is dark yellow to bright color. The distinctive identity is the bold taste. The colors are beautiful In addition, herbs have been applied to blend into Thai food. Resulting in a different but perfect taste When it comes to Thai herbs that are used in cooking We must not fail to mention turmeric because it is another ingredient that gives food its color.

Notably, as well as having medicinal properties that are beneficial to the body increase as the next step after delicious Now let’s get to know more about the different types of herbs. Why is it popular? And the benefits obtained from this herb

Vitamins and minerals in turmeric
In addition, we will be able to use turmeric in cooking, dyeing or adding flavor to food. Turmeric contains many vitamins and minerals such as vitamin A, vitamin B complex, vitamin C, vitamin E, calcium, phosphorus, iron, minerals, dietary fiber, carbohydrates and protein.

Began to tell the foot of that turmeric Is not a biennial, many years old The height of the trunk is only 30 – 90 centimeters. With underground rhizomes The middle part is large, oval. There are two branches that are opposite each other like fingers. The flesh in the rhizome is dark yellow and fragrant. Thai people are known as plants, herbs and spices. Commonly used for cooking Nowadays, the color, flavor and flavor have also been added to make food even more appetizing. Popular foods with turmeric include yellow curry, chicken biryani, yellow curry, steamed bun, fried chicken, fried chicken, mustard, butter and margarine

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

หญ้าหวาน

หญ้าหวาน ทำไมถึงเรียกว่าหญ้าหวาน ? นั่นเป็นเพราะว่าในส่วนของใบหญ้าหวานนั้นมีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า แต่เป็นความหวานที่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน และที่สำคัญก็คือสารสกัดที่ได้จากหญ้าหวานที่มีชื่อว่า สตีวิโอไซด์ (Stevioside) นั้นเป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่า ! และด้วยความที่มันมีคุณสมบัติพิเศษอย่างนี้ หญ้าหวานจึงเป็นพืชที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้รักสุขภาพเป็นอย่างมาก โดยได้มีการนำไปใช้ในด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างเครื่องดื่ม ยาสมุนไพร และด้านการแพทย์

สำหรับในประเทศไทย หญ้าหวานได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในภายหลัง และได้มีการนำเข้ามาปลูกในช่วงปี พ.ศ.2518 โดยได้มีการนำมาเพาะปลูกในภาคเหนือ ซึ่งจะเพาะปลูกกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และลำพูน เนื่องจากพืชนิดนี้จะชอบอากาศที่ค่อนข้างเย็น ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส และพืชชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีเมื่อเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600-700 เมตร

หญ้าหวานมีการใช้กันอย่างกว้างขวางยาวนานโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาใต้ เมื่อปี ค.ศ.1887 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีรายงานว่ามันเป็นอันตรายแต่อย่างใด จนกระทั่งต่อมาในปี ค.ศ.1985 ก็ได้มีผลงานวิจัยทางด้านลบของหญ้าหวานออกมา โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อ John M. Pezzuto และคณะ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้สรุปผลการวิจัยและตีพิมพ์ลงในวารสาร Proc. Nati. Acad. Sci. โดยระบุว่าหญ้าหวานนั้นอันตราย เพราะทำให้เกิดการ Mutagenic สูงมาก

ในหนูทดลอง ซึ่งจากผลงานวิจัยนี้เอง ส่งผลให้องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ออกมาประกาศว่าหญ้าชนิดนี้ไม่ปลอดภัยและห้ามใช้เป็นสารปรุงแต่งในอาหาร และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย (ขณะนั้นนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี)

หญ้าหวาน

หญ้าหวาน

Why is it called Stevia? This is because stevia leaves are 10-15 times sweeter than sugar, but they are non-energizing. And most importantly, the stevia extract, stevioside, is 200-300 times sweeter than sugar! And with this special feature Stevia is a plant that is receiving a lot of attention from health lovers. It has been applied in various industries such as beverages, herbal medicine and medical fields.

For in Thailand Stevia began to play a role later. And has been imported to plant in the year 2518 has been cultivated in the north. Which are cultivated in Chiang Mai, Chiang Rai, Phayao and Lamphun provinces because this little plant likes cool weather. In areas with a temperature of about 20-26 ° C and this plant grows well when cultivated in areas with an altitude of about 600-700 meters above sea level.

Stevia was used extensively by South American scientists in 1887, at the time that it was not reported to be harmful. Until later in 1985, there was a negative study of stevia. By a scientist named John M. Pezzuto and his team, which is an American scientist. The research concluded and published in the journal Proc. Nati. Acad. Sci. Stating that stevia is dangerous. Because it causes a very high mutagenic

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

มะกรูด

มะกรูด แก้อาการหน้ามืด วิงเวียนช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด อีกทั้งยังช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ เพียงนำมะกรูดมาผ่าครึ่งแล้วนําไปลนไฟให้เปลือกนิ่ม แล้วค่อยๆบีบน้ำมะกรูดลงในคอทีละน้อยๆ จะช่วยบรรเทาอาการไอได้ อีกทั้งยังเป็นยาขับเสมหะได้ดี

หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับมะกรูดเป็นอย่างดี เพราะเป็นสมุนไพรคู่ครัวไทpมาอย่างยาวนาน เพราะนิยมใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกงที่จำเป็นอย่างขาดไม่ได้เลย ซึ่งโดยปกติแล้วเรามักจะนิยมใช้ใบมะกรูดและผิวมะกรูดมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องปรุงอาหารหลายชนิด นอกจากมะกรูด จะใช้เป็นเครื่องประกอบในอาหารต่าง ๆ แล้ว ก็ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านของความงามและในด้านของยาสมุนไพร นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกไว้บริเวณบ้านอีกด้วย เพราะเชื่อว่าจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุข โดยจะปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

สารเคมีที่สำคัญที่พบได้ในผลมะกรูดก็คือน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีทั้งในส่วนของเปลือกผลหรือผิวมะกรูดและในส่วนของใบ โดยเปลือกผลจะมีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 4% และในส่วนของใบนั้นจะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ประมาณ 0.08% และยังสกัดยากกว่าน้ำมันในเปลือกผลอีกด้วย แต่ก็ยังมีจุดเด่นตรงที่น้ำมันจากใบจะมีกลิ่นมากกว่านั่นเอง จึงนิยมใช้ทั้งน้ำมันมะกรูดทั้งจากใบและเปลือกผล ซึ่งน้ำมันหอมระเหยนี้ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างและยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย

มะกรูดมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงและต้านทานโรค
ช่วยทำให้เจริญอาหาร
น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายความเครียด คลายความกังวล ทำให้จิตใจสงบนิ่ง ด้วยการสูดดมผิวมะกรูดหรือน้ำมันมะกรูดจะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่การใช้ไม่ควรจะใช้ความเข้มข้นมากกว่า 1% เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้


ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ด้วยการใช้ผิวมะกรูด รากชะเอม ไพล เฉียงพร้า ขมิ้นอ้อย ในปริมาณเท่ากัน นำมาบดเป็นผง นำมาชงละลายน้ำร้อนหรือต้มเป็นน้ำดื่ม
ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้ผิวมะกรูดสดฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 ช้อนแกง เติมการบูรหรือพิมเสน 1 หยิบมือ ชงด้วยน้ำเดือด แช่ทิ้งไว้ แล้วนำน้ำที่ได้มาดื่ม 1-2 ครั้ง (เปลือกผล)

มะกรูด

Many of you are probably familiar with bergamot as well. Because it is the herb for a long time Because it is popularly used as an essential ingredient in curry paste Usually we tend to use kaffir lime leaves and kaffir lime skin as part of many kinds of food ingredients. Side of beauty and in the field of herbal medicine It is also considered to be an auspicious tree that is commonly planted around the house. Because it is believed that it will make the residents happy It will be planted in the northwest.

The main chemical found in bergamot is essential oil. Which is both in the bark or kaffir lime skin and in the leaves The rind contains about 4% essential oils and the leaves contain approximately 0.08% essential oils and are also harder to extract than the oil in the peel. But still has the advantage that the oil from the leaves will smell more than that. Therefore, it is popular to use both bergamot oil from the leaves and the peel. Which this essential oil can be used for many purposes and also has medicinal properties

Bergamot is high in anti-oxidants. Helps to strengthen the immune system to strengthen the body and resist disease
Helps to increase appetite
Bergamot essential oil has properties to help relieve stress. Relieve anxiety Calming the mind By inhaling the skin of bergamot or bergamot oil will help to some extent. But the use should not use more than 1% concentration because it may cause irritation.


Helps to cure insomnia With the use of kaffir lime skin, licorice root, Plaiqiang, turmeric, turmeric in equal amounts, ground into a powder, brewed, dissolved in hot water or boiled into drinking water.
Used as a heart tonic With the use of fresh kaffir lime skin into small pieces, about 1 spoon curry, add a handful of camphor or borneol, brew with boiling water, soak it and leave the water to drink 1-2 times (fruit peel).

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

ขิงมีประโยชน์อย่าไร

ขิงมีประโยชน์อย่าไร งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่า สารประกอบต้านการอักเสบในขิงบางชนิด สามารถผ่อนคลายเยื่อบุในทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยลดอาการไอ

ทำให้ขิง สามารถช่วยบรรเทาอาการไอแห้งๆ ได้ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ วิงเวียนได้อีกด้วย

สูตรขิงแก้ไอ คือ ให้ชงชาขิง หรือ น้ำขิง แล้วหั่นฝางขิงสดบางๆ ลงในถ้วยน้ำร้อน ถ้าหากให้เด็กกิน อาจจะเติมน้ำมะนาวลงไปด้วย เพราะจะช่วยให้รสชาติดี สามารถทานได้ง่ายขึ้น

ขิงช่วยลดน้ำหนัก
ขิงช่วยลดน้ำหนักได้ เป็นสรรพคุณที่สาว ๆ หลายคนคงจะสนใจกันไม่น้อย เพียงแค่ดื่มน้ำขิงเป็นประจำวันละ 1-3 แก้ว ก็จะช่วยให้น้ำหนักเราลดได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะว่าน้ำขิงมีฤทธิ์ร้อน เมื่อดื่มเข้าไปแล้วความร้อนที่ได้จะเข้าไปช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

ขิงช่วยลดน้ำตาลในเลือด ต้านโรคเบาหวาน
ขิงมีสารที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการทำงานของอินซูลินในร่างกายเรา ช่วยเพิ่มอัตราการนำน้ำตาลในร่างกายไปใช้ได้มากขึ้น จึงมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และปลอดภัยมากกว่าการใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด

ขิงช่วยให้ประสิทธิภาพของสมองดีขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของออสเตรเลีย Kathleen McFarlane ค้นพบว่า ผู้หญิงที่มีอายุในช่วง 50-60 ปี ที่รับประทานขิงเป็นประจำมีประสิทธิภาพของสมองดีขึ้น

ขิงมีฤทธิ์เป็นยาแก้ปวดลดอาการอักเสบ
นอกจากจะช่วยบำรุงสมองแล้ว ขิงยังมีฤทธิ์เป็นยาแก้ปวดได้ดีอีกด้วย ซึ่งขิงมีประสิทธิภาพในการยับยั้งอาการอักเสบของข้อต่อและกล้ามเนื้อ เปรียบเสมือนยาบรรเทาปวด

ขิงมีประโยชน์อย่าไร

ขิงมีประโยชน์อย่าไร

One study Point out that Some anti-inflammatory compounds in ginger Can relax the mucous membranes in the respiratory tract This will help reduce coughing.

Ginger can help relieve dry cough, it also helps relieve nausea. Dizzy, too

The recipe for coughing ginger is to brew ginger tea or ginger ale, then cut a thin slice of fresh ginger. Into a cup of hot water If giving children to eat May add lemon juice to it Because it gives good taste Can be eaten more easily

Ginger helps you lose weight.
Ginger can help you lose weight. It is a property that many young people would be interested in each other quite a bit. Just drink 1-3 glasses of ginger a day, it will help us lose weight unbelievable. Because ginger juice is hot After drinking it, the heat it gets will help burn energy in the body.

Ginger lowers blood sugar. Anti-diabetic
Ginger contains substances that have properties to stimulate the activity of insulin in the body. Help increase the rate of sugar in the body to use more Thus resulting in lower blood sugar levels And safer than using drugs to lower blood sugar levels

Ginger improves brain performance.
Australian health expert Kathleen McFarlane discovered that women in their 50-60s who took ginger regularly had better brain performance.

Ginger has analgesic and anti-inflammatory effects.
Besides helping to nourish the brain Ginger also has a good analgesic effect as well. Which ginger is effective in inhibiting inflammation of joints and muscles Like a pain reliever drug

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก

สมุนไพร

สมุนไพร ยามาจากพืชสัตว์และแร่ธาตุตามธรรมชาติและไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน สามารถใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ และเป็นยาบำรุงร่างกาย (วัสดุปลูก) ได้มาจากพืชโดยตรงใช้เป็นยาสำหรับใบไม้ดอกไม้ผลไม้หนังเมล็ดพืชเป็นต้น ประกอบด้วยสารที่ผลิตได้

สมุนไพรผึ้งรังนกน้ำมันตับปลาเกลือแร่ธรรมชาติ – กำมะถันจากอวัยวะของสัตว์ (สารจากสัตว์) รากและลำต้นไซเปรสเนื้อไม้เปลือกตับสายไฟแตรเอ็นอุจจาระเป็นต้น สมุนไพรเช่นน้ำมันตับปลาและเกลือ Epsom และอนุพันธ์ (ธาตุ) ใช้เป็นยา

สมุนไพรได้มาจากพืชวัตถุสัตว์สิ่งของหรือองค์ประกอบระยะเวลาที่ใช้ในการบริโภคหรือรูปแบบของสมุนไพรที่ใช้เป็นยารักษาโรค กระบวนการบางอย่างสามารถแบ่งออกได้ดังนี้:

  1. แบบฟอร์มของเหลว. ยาเหล่านี้มักได้รับจากกระบวนการต่างๆเช่นยาต้ม นั่นคือหั่นสมุนไพรแล้วต้มในน้ำ หยดทางหลอดเลือดดำเป็นสารดูดความชื้นที่สับละเอียดย่างและชงในน้ำ น้ำสมุนไพรที่เตรียมโดยการแตะสมุนไพรสดทั้งหมดเติมน้ำคั้นน้ำยาแล้วรับประทานจากนั้นนำสมุนไพรแห้งห่อผ้าขาวแล้วแช่ในสาเก
  2. สำหรับพืชสมุนไพรที่เป็นของแข็งให้หั่นพืชสมุนไพรดิบลงในแก้วบาง ๆ ตากแดดให้แห้งบดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมแล้วใส่ชามขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ซม.
  3. กึ่งแข็งรูปแบบของเหลวสมุนไพรเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ มักใช้เป็นการเตรียมภายนอกสำหรับการบีบอัดและของเหลว
  4. ในการรักษาโรคทางเดินหายใจเช่นการใช้รูปแบบการสูบบุหรี่พิเศษอื่น ๆ หรือการรมยาเพื่อรักษาบาดแผลหลังคลอดบุตรมดลูกจะอยู่ในท่าเทียบท่าของหญิง

สมุนไพร

สมุนไพร


Medicinal herbs are naturally derived from plants, animals and minerals and do not alter the internal structure. It can be used to treat ailments and as a body tonic (planting material) directly derived from plants, used as medicine for leaves, flowers, fruits, skins, seeds, etc. Contains manufactured substances.

Bee herbs, bird’s nest, cod liver oil, natural mineral salts – sulfur from animal organs. (Animal substances) roots and stems, cypress, wood, bark, liver, wires, horns, feces, etc. Herbs such as cod liver oil and Epsom salt and their derivatives (trace elements) are used as medicine.

Herbs are derived from a plant, object, animal, object or composition, the duration of their consumption, or the form of the herb used as a medicine. Some of the processes can be divided as follows:

  1. Liquid form. These drugs are often obtained through processes such as decoction. That is, cut the herbs and boil them in water. An intravenous drip is a desiccant that is finely chopped, roasted and brewed in water. Herbal Juice Prepared by tapping all fresh herbs, add juice and drink, then wrap dried herbs in white cloth and soak in sake.
  2. For solid herbs, slice raw herbs into thin glasses. Dry in the sun, ground into powder, mix with honey or syrup and put in a small bowl of 1 cm diameter.
  3. Semi-solid, liquid form, these herbs are in perfect condition. It is often used as an external preparation for compresses and fluids.
  4. To treat respiratory ailments, such as other special forms of smoking or fumigation to treat postpartum wounds. Female docks

ขอบคุณข้อมูลจาก Google

ติดตามเราได้ที่ คลิก